PREMVLOG

Ready Player One เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่างของเกม

ตั๊วหนังวันหยุดแพงจัง กด Rdeem Code ก็ไม่ทัน TT

Advertisements

คำเตือนที่หนึ่ง: อาจมีสปอยเนื้อหา 
คำเตือนที่สอง: นี่คือแสดงความคิดเห็นไม่ใช่คำตัดสินใดที่ชี้ชัดว่าเรื่องนี้ดีหรือแย่คำเตือนที่สาม: ไปดู!!! ก่อนมาอ่านจะดีมากครับเพราะจะไม่ปูเนื้อหาของเรื่องในบทความนี้นะครับ 🙂


ใครจะคิดว่าดูภาพยนตร์ที่รวมสุดยอดเกมและการ์ตูนทั้งหมดในโลกนี้ อยู่ในที่เดียวกันจะเกิดขึ้นได้จริงในยุคสมัยนี้

เชื่อไหมว่าการนั่งดูภาพยนตร์เรื่องนี้มันคือการเล่นเกมชนิดหนึ่ง เพราะเราต้องหาว่ามีเรื่องไหนบ้างที่ปรากฏในเรื่องนี้ และก็คิดว่าคงจะเป็นจุดประสงค์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน จงสนุกกับการดูภาพยนตร์และจงสนุกเหมือนกับการหา easter egg ในเกมนั้นแหละนะ

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับเกม และทิศทางในภาพยนตร์

ภาพยนตร์นี้เป็นภาพยนตร์ที่ทุกคนกล่าวขวัญว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของผู้กำกับอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Allan Spielberg) ในช่วงเวลานี้ สำหรับเสน่ห์ของการดูภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะได้เห็นเกมหรือตัวละครการ์ตูนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่องแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นก็คือในความเป็นจริงนั้นเงินไม่ได้ชนะทุกอย่าง หากสังเกตดี ๆ ว่าตัวละครที่เป็น Antagonist (ตัวร้าย) เป็นตัวละครที่มุ่งเน้นการใช้เวลาเงินแก้ปัญหาและทำทุกวิถีทางในการเอาชนะคู่แข่งด้วยการซื้อตัวหรือยื่นข้อเสนอต่าง ๆ ที่เป็นเม็ดเงินตามแบบฉบับของ “นักธุรกิจ” แม้จะรู้จักมักจี่กับวัฒนกรรมหรือเกมมากขนาดไหนก็ตาม แต่ความสนุกมันจะไม่สนุกอีกต่อไปเมื่อมีเงิน (ที่มากเกินพอดี) มาเกี่ยวข้องการเล่นเกม ในขณะที่ฝั่ง Protagonist (ตัวเอก) แม้จะมีปัญหาด้านชีวิตและการเงินก็ตาม แต่เขาจะสนุกกับค้นหาคำตอบด้วยตนเอง และพร้อมจะแจกจ่ายข้อมูลให้ผู้อื่นได้รับรู้โดยไม่สนเรื่องเงิน แม้ว่าเขาจะถูกยื่นข้อเสนอให้แลกกับการที่ยอมเป็นเบื้องล่างให้กับตัวร้ายก็ตาม เขายินดีปฏิเสธเพราะเขาไม่ต้องการเล่นเพื่อเงินอย่างเดียว แต่ต้องการเล่นเพื่อความสนุกไปกับสิ่งที่เขาได้เล่นมัน เราจึงเห็นความแตกต่างของสองฝั่งอย่างชัดเจน

ภาพโปสเตอร์ Ready Player One จาก http://readyplayeronemovie.com/

การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงแม้จะเป็นแค่เกมก็ตาม

ในขณะเดียวกัน เรื่องนี้พยายามจะสอนเราเกี่ยวกับการติดเกมจนต้องใช้จ่ายหรือลงทุนกับเกมมากเกินไปจนเป็นหนี้เป็นสินก็ไม่ใช่เรื่องดีมากนัก จะสังเกตได้ว่าตัวร้ายของเรื่องนอกจากธุรกิจสร้างผลิตภัณฑ์และวิจัยเกี่ยวกับเกมที่เขาเล่นกันแล้วนั้น ยังมีธุรกิจการติดตามทวงหนี้ค้างชำระของผู้เล่นที่ไม่ชำระตามกำหนด เปรียบเหมือนคนที่ไปกู้หนี้ยืมสินมาเล่นเกม หรือมาลงทุนใด ๆ แล้วไม่มีจ่าย ก็จะถูกปรับหรือถูกจำขังตามข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้นั่นเอง การเล่นเกมมันไม่ใช่เอาชนะมันอย่างเดียว เราอาจต้องถอยบ้าง แพ้บ้าง ชนะบ้าง นี่คือวิถีการเล่นเกมส์ที่เรื่องนี้อยากจะบอก แต่เมื่อเอาชนะมันไม่ได้หรือเห็นคนอื่นชนะแล้วตัวเองไม่ชนะจนเกิดอาการหัวร้อนและนำไปสู่การไล่ล่าฆ่าฟันในชีวิตจริง นี่คือภาพสะท้อนในสังคมให้เห็นว่ามันมีสถานการณ์แบบนี้อยู่จริง ๆ และมันไม่เคยมีผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเลย

โปสเตอร์ตัวละครหลักของเรื่องจาก http://readyplayeronemovie.com/

เรื่องตัวตนเสมือนและความจริงที่ไม่เป็นดังใจคิด

อีกเรืองหนึงที่น่าสนใจมากนอกจากเงิน ๆ ทอง ๆ แล้วคือ “ตัวตน” เรามักจะรู้โดยพฤตินัยอยู่แล้วว่าเมื่อเราอยู่ในเกมหรือโลกออนไลน์ใด ๆ เราจะเป็นใครก็ได้ หน้าตา เพศสภาพ นิสัย อย่างไรก็ได้ แต่เมื่อท้ายที่สุดแล้วเราต้องมีสักครั้งที่อยากเปิดเผยตัวตน และอยากเจอกับผู้เล่นคนอื่นที่อยู่ในโลกความเป็นจริงบ้าง หลาย ๆ คนเลือกจะไม่ยอมเปิดเผยตัวตน อาจเพียงเพราะต้องกาความเป็นส่วนตัว หรือกลัวความจริงที่ว่าหน้าตาของตัวเองไม่ได้ดีเหมือนอย่างที่คนคิดหรือวาดฝันไว้ ซึ่งเรื่องนี้ตีโจทย์ได้ค่อนข้างตรงประเด็นและทำให้เราเข้าใจสภาพความเป็นจริงของมนุษย์ว่า “เราทุกคนล้วนต้องการปกปิดตัวตนของตัวเองไม่ให้ใครเห็น” แต่ในความเป็นจริงแล้วนั่นมันคือการต้องสู้กับความ “จริง” ให้ได้เช่นเดียวกัน และแน่นอนคำว่า “เพื่อน” แม้ว่าจะอยู่นอกเกม หน้าตาดูเนิร์ด ไม่หล่อสวย หรือไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้ แต่ท้ายที่สุดแล้วคำว่า “เพื่อน” มันจะมองข้ามเรื่องก่อนหน้านี้ทิ้งไปและพร้อมจะช่วยเหลือเมื่อเจออันตรายหรือตกในสภานการณืที่เลวร้าย ผ่านพ้นไปด้วยกัน

ภาพบางส่วนของภาพยนตร์ Ready Player One จาก http://readyplayeronemovie.com/

อาจกล่าวโดยสรุปว่า…

การที่ได้เห็นตัวละครสองกลุ่ม คือกลุ่มที่เป็นเด็กกับผู้ใหญ่ (นักธุรกิจ) มันทำให้เห็นชัดว่ากลุ่มที่เป็นเด็กกลุ่มวัยรุ่นเล่นเกมแล้วเขาสนุกกับการค้นหาคำตอบ การตะลุยไปตามด่านต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ มากกว่าผู้ใหญ่พี่เล่นเกมแล้วใช้เงินในการแก้ปัญหา เพื่อย่นเวลาหรือหาทางลัดสู่ชัยชนะซึ่งมันอาจผิดหลักการเล่นเกมไปหน่อย แต่ทั้งนี้และทั้งนี้ท้ายสุดของเรื่องก็พยายามจะบอกกับผู้ชมทุกคนว่า “จงอยู่กับความจริงบ้าง เพราะความจริงคือความจริง” ความหมายก็คือ “อย่าเล่นเกมมากเกินไป ไปเจอคนจริง ๆ บ้างเถอะ” นั่นเอง และการที่เราอยู่ในโลกที่มันน่าเบื่อทำงานตรอกบัตรหรือไปเรียนเช้ากับค่ำที่แสนจะจำเจ วันหนึ่งเราได้เข้าไปสู่โลกของเกมหรือสังคอมออนไลน์ใด ๆ มันคือความสุขความสนุกอย่างหนึ่งที่ เราจะสามารถทำอะไร เป็นใครอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น แม้ว่าความเป็นจริง เราอาจดูแปลก ๆ ในสายตาคนอื่นที่ไม่ได้เล่นก็ตามที (ภาพประกอบน่าจะช่วยอธิบายได้บ้างล่ะนะ)ภาพรวมคือสนุกมาก เป็นเรื่องที่ดูแล้วอยากดูซ้ำอีกรอบอยากดูไปอีกเรื่อย ๆ เชื่อไหมว่าการนั่งดูภาพยนตร์เรื่องนี้มันคือการเล่นเกมชนิดหนึ่ง เพราะเราต้องหาว่ามีเรื่องไหนบ้างที่ปรากฏในเรื่องนี้ และตรงไหนบ้างเป็น Reference (อ้างอิง) จากภพยนต์ที่ผู้กำกับใส่มา ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นจุดประสงค์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน จงสนุกกับการดูภาพยนตร์และจงสนุกเหมือนกับการหา Easter Egg ในเกมนั้นแหละนะ (ไม่เชื่อลองดูที่โลโก้ภาพยนต์สิ ยังเป็น Easter Egg เลย!!)ต้องลองไปดู!!! ปล. เห็น Sonic The Hedgehog ด้วยละ!! ออกตั้ง 1 วินาทีแหละ!!!! ❤ https://youtu.be/cSp1dM2Vj48

ตัวอย่างภาพยนต์ Ready Player One จาก YouTube/Warner Bros. Pictures

Advertisements

Advertisements