สองสามวันก่อนได้ไปเดินเล่นใน Central Westgate (เซนทรัล เวสเกต) เจอร้านอาหารหนึ่งน่าสนใจมาก ทราบข่าวว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีความ Premium (พรีเมียม) สูง และคุณภาพของอาหารค่อนข้างดีถึงดีมาก ร้านนั้นคือ Sushi Hiro นั่นเอง
หลังจากที่ได้ลองไปค้นหาข้อมูลร้านดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือที่สุดในเวลานี้อย่าง Wongnai (วงใน) และ Pantip (พันทิป) พบว่าร้านค้าเป็นร้านที่มีโปรโมชั่นตลอดเวลา ทุกวันไม่ซ้ำ และน่าสนใจมากที่คุณภาพอาหารอยู่ในระดับที่ดีและใจปล้ำมาก ที่แปลกใจกว่าคือ “ไม่มี Service Chart” ทั้ง ๆ ที่ร้านลักษณะนี้มันจะนิยมในการคิดค่าบริการดังกล่าวอย่างน้อย ๆ ก็ 10% ทำให้สนมากแล้วก็เดินเข้าไปด้วยความคิดในใจว่า “จะไปรอดหรอวะ ?”
เริ่มต้นจากการเข้าร้านไปแม้จะตั้งอยู๋ในห้างสรรพสินค้า แต่ลักษณะการจัดร้านก็น่านั่งและพนักงานต้อนรับเป็นอย่างดี (มีแต่ไอ้หน้าตายอย่างเรานี่แหละ ทำหน้าเอ๋อกินจุดอยู่ เหมือน Culture Shock อะไรสักอย่าง) พนักงานพาเรามานั่งที่ Couter Bar แล้วยื่นเมนูมาให้เราอ่าน ตอนแรกเห็นราคาคือตกใจแรงมาก เพราะราคาเกือบ ๆ 400 ต่อคำบ้าง 1200 บาทต่อชุดบ้างล่ะ ความคิดในใจลอยมาอีกครั้งว่า “ฉิบหายละ! ร้านแม่งหลอกอะไรเปล่าวะ!?” ความสงสัยนั้นคลายตัวลงเมื่อเห็นใบ Promotion ของร้านและเขาแนะนำเพิ่มว่าถ้าอยากรู้ว่าแต่ละวัน แต่ละรอบเวลาจะมีโปรโมชั่นอะไรบ้าง ให้ Add Line แล้วระบบจะอัปเดตโปรโมชั่นสำหรับแต่ละวันไว้ให้ และวันที่เราได้ไปกินนั้น มีโปรโมชั่น 5 ชิ้น 100 บาท จึงสั่งไปสองชุดอย่างไม่รีรออะไรเลย (ด้วยราคาแบบนี้มีเร๊อะจะรอดดดดด)

บนโต๊ะมีจานหนึ่งใบและตะเกียบที่สามารถใช้งานได้ทั้งสองด้าน (อันนี้แปลกจริงแต่เหมือนกันว่า “ไม่ต้องห่วง จับคีบด้านไหนก็กินได้ทั้งนั้นแหละ”) พร้อมทิชชู่ 1 แผ่น (ก็ไม่เข้าใจว่าร้านค้าเดี๋ยวนี้จะงกทิชชู่กันไปทำไม….) หลังจากสั่งไปไม่ถึง 10 นาที….
ทาด๊าาาาาาาาาาาา!!

คำแรกที่หลุดออกมาจากปากคือ “เห้ย!! สวยงามมาก!!”
คือความสวยงามไม่ใช่แค่สีของเนื้อปลาแซลม่อนแค่นั้น ขนาดของแต่ละชิ้น และการจัดวางองค์ประกอบที่สอดรับกับจานชามที่เสริฟมา ทำให้ของมันดูมีราคาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ที่สำคัญมีผักแกล้มมาให้ 2 ชิ้น และเลม่อนหั่นบาง 2 ชิ้น ไม่แน่ใจว่าให้กินแก้ความเผ็ดของวาซาบิหรือเปล่านะ แต่กินแล้วสดชื่นดี เนื่องจากชิ้นแซลม่อนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ (มาก ๆ ) เวลากิน ถ้ากินแบบครั้งเดียวจบก็ทำได้แหละ แต่ว่ามันจะไม่ลิ้มรสของเนื้อปลามันเท่าไหร่ ก็ใช้วิธีการหั่นครึ่ง (เชื่อว่าชาวญี่ปุ่นถ้ามาเห็นเราทำ ต้องกรีดร้องอย่างแน่นอน) ที่สำคัญก่อนกินใด ๆ ต้องเอาวาซาบิแปะไว้ที่ผิวเนื้อก่อนค่อยปาดน้ำจิ้มต่อทันทีแล้วค่อยกิน

สัมผัสแรกของกากินคือ “มันนิ่ม” นิ่มชนิดที่ว่า”นี่นิ่มเหมือนเยลลี่หรือพวกขนมเจลลี่แบร์เลย” ยิ่งเคี้ยว ยิ่งอร่อยและแสบกะโหลกไปหมดเพราะวาซาบิ เชื่อว่าวาซาบิที่กินไป มาจาก “ต้น” ไม่ใช่จาก “ซอง” รสชาติที่ได้คือ อร่อย ละมุน อยากกินอีก อยากวู่วามมมมมมมมมมมมมมมม
แซลม่อนซาซิมิ 10 ชิ้นรวมราคาพร้อมชาเขียวรีฟิวจ่ายไปทั้งสิ้น 250 บาทถ้วน จัดว่าดี จัดว่าคุ้มค่าและอร่อยแบบที่ไม่เสียดายเงินเลยจริง ๆ. ทราบมาว่าสำหรับร้าน Sushi Hiro มีหลายสาขาและได้รับความนิยมมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทานลักษณะ A La Carte’ (อะลาคาเต้ เอ้ย!! อะลาคาร์ท) ที่สำคัญราคาโปรโมชั่นดีต่อใจมาก ๆ ใครอยากกินแซลม่อนระดับพรีเมียม แต่ราคาจับต้องได้และอยู๋แถว ๆ บางใหญ่ แนะนำครับ ร้านนี้ตอบโจทย์มาก ๆ อยุ๋บริเวณชั้นสอง ข้าง ๆ Holly Coffee ตำแหน่งเดิมของร้าน OMU ที่ปิดสาขาไป TT
ลองดูนะครับ 🙂
